บริการ Ridehailing บางทีอาจส่งเสริมการเสียชีวิตของการจราจร

การมาถึงของ ridehailing มีความเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นประมาณ เปอร์เซ็นต์ในจำนวนผู้เสียชีวิตยานยนต์และอุบัติเหตุรุนแรงตามการศึกษาค้นคว้าวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโกโรงเรียนธุรกิจบูธ

นักวิจัยใช้วันเปิดตัวที่ได้ถูกย้ายจาก Uber แล้วก็ Lyft เพื่อตรวจทานแปดไตรมาสก่อนและก็หลังการยินยอมรับการขับขี่ในเมืองใหญ่ของสหรัฐฯตั้งแต่ปี 2544 ถึง 2559 พินิจพิจารณาปริมาณการจราจรหนทางสำหรับการขนส่งแล้วก็อุบัติเหตุเพื่อได้บทสรุป

เอกสารที่มากขึ้นของอุบัติเหตุดูเหมือนจะยังคงมีอยู่แล้วก็เยอะขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปแล้วก็อัตราดังที่กล่าวมาแล้วยังคงที่ทั้งวันปกติวันหยุดสุดสัปดาห์วันหยุดสุดสัปดาห์แล้วก็คืนวันสุดสัปดาห์ดังที่ John Barrios, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่บูธชิคาโก ทั้งยังมหาวิทยาลัยไรซ์ในรายงานการทำงานค่าใช้สอยสำหรับเพื่อการอำนวยความสะดวกการตายแล้วก็การจราจรไม่สะดวก

สำหรับมุมมองในตอนที่ในปี 2010 จำนวนคนเสียชีวิตบนถนนหนทางในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 32,885 (ระดับที่ค่อนข้างต่ำสุดนับจากปี 2492) จำนวนนั้นเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 37,400 ในปี 2559 คนเขียนพบว่าการแนะนำบริการปั่นจักรยานในปี 2554 มีราวๆ จำนวนร้อยละมากขึ้นต่อปีในการเสียชีวิตอัตโนมัติทั่วประเทศหรือ 987 คนภายในแต่ละปี

ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แล้วก็ข้อมูลชี้ไปที่หลายกรณีในการมีส่วนร่วมของ Ridehailing เพื่อการเจริญเติบโตสำหรับเพื่อการเสียชีวิตการจราจร Ridehailing ได้เพิ่มรถยนต์บนถนนมากเพิ่มขึ้นและก็โน่นหมายคืออุบัติเหตุการบาดเจ็บและก็การเสียชีวิตที่เกี่ยวกับผู้ขับขี่ผู้โดยสารคนถีบจักรยานและคนเดินเท้ามากเพิ่มขึ้น

การเพิ่มขึ้นของอุบัติเหตุที่สำคัญที่สุดเกิดขึ้นในเมืองใหญ่ซึ่งเห็นการเขียนทะเบียนรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้นเมื่อมีการปั่นจักรยานแม้ว่าจะมีระบบขนส่งสาธารณะ ในเมืองที่แนะนำการขี่จักรยานการเสียชีวิตด้วยจักรยานและคนเดินเท้าจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ได้เพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกับการตายจากการขับขี่ทั้งหมดทั้งปวง

การสำรวจกล่าวว่าน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของการขี่ ขี่ม้า ในเก้าพื้นที่รถไฟใต้ดินที่สำคัญที่จริงแล้วแทนที่การเดินทางที่ใครบางคนจะทำในรถ” การศึกษาบอกว่า

นอกเหนือจากนั้น Uber และ Lyft จำเป็นต้องเก็บรถยนต์ไว้ไม่น้อยเลยทีเดียวบนถนนเพื่อให้สามารถไปยังผู้ขับขี่ได้อย่างรวดเร็ว โดยเหตุนี้ บริษัท ต่างๆจึงให้การช่วยเหลือคนขับขี่ให้อยู่บนถนนหนทางระหว่างค่าใช้จ่ายสำหรับโดยสาร สำเร็จให้คนขับรถที่ปั่นจักรยานชอบขับขี่รถเพียงลำพังในขณะที่พวกเขาตามหาผู้ขับขี่ส่งผลให้มีรถยนต์บนถนนมากกว่าปกติในเวลาใดก็ตาม

ในที่สุดนักค้นคว้าเชิงปริมาณต้นทุนด้านการเงินของการเสียชีวิตเพิ่มเติม จากการประเมินการของกระทรวงคมนาคมของสหรัฐฯสำหรับค่าของสถิติชีวิตพวกเขาพบว่ามีคนตายเนื่องจากว่าปริมาณ Ridehailing อยู่ที่ราว $ 10,000 ล้าน ตัวเลขดังที่กล่าวมาข้างต้นไม่รวมรายจ่ายจากอุบัติเหตุที่ไม่จนตาย

ในขณะที่ผู้เขียนรู้ดีว่าผลตอบแทนการขี่ม้าจะไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ได้แก่การให้โอกาสการขนส่งที่ปลอดภัยและราคาถูกเยอะขึ้นสำหรับคนขับขี่และก็โอกาสสำหรับในการปฏิบัติงานสำหรับผู้ขับขี่พวกเขาย้ำว่า ยังคงค่าใช้จ่ายรายปีในชีวิตผู้คน แม้กระนั้นพวกเขาเห็นว่าการมีส่วนร่วมที่สำคัญของการเรียนของพวกเขาคือ“ ชี้ไปที่ความต้องการในการศึกษาค้นคว้าเพิ่มอีกแล้วก็การอภิปรายเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนผลตอบแทนด้านทุนโดยรวมของการนั่งรถราง

น้ำท่วมชายฝั่งนอร์ ธ แคโรไลนาห่วยลงเหตุเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนการเติบโตของสามัญชน

ชุดข้อมูลดั้งเดิมอายุ 120 ปีช่วยทำให้นักวิจัยยืนยันว่าระบบการผลิตแบบจำลองข้อมูลได้คาดการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศกำลังเพิ่มปริมาณการตกขี้ตะกอนเป็นต้นว่าลมพายุเฮอริเคนลมพายุเขตร้อนและก็น้ำท่วม

นักค้นคว้าพินิจพิจารณาบันทึกโดยตลอดเก็บไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1898 จากพายุหมุนเขตร้อนและก็ฝนที่เกี่ยวข้องกับลมพายุริมฝั่งนอร์ทแคโรไลนา พวกเขาพบว่าหกในเจ็ดเรื่องราวการเกิดฝนสูงสุดในบันทึกนั้นเกิดขึ้นข้างใน 20 ปีที่ผ่านมาตามการศึกษาเล่าเรียน

“ 
นอร์ ธ แคโรไลน่าเป็นหนึ่งในเขตผลพวงสูงสุดของพายุหมุนเขตร้อนในโลกแล้วก็เรามีบันทึกที่เก็บรักษาไว้อย่างดีซึ่งแสดงให้พวกเรามีความคิดเห็นว่าเรื่องราวการเร่งรัด 20 ปีให้หลังได้ปิดตัวลงแล้ว” Hans Paerl รวมทั้งวิทยาศาสตร์สภาพแวดล้อมที่ UNC-Chapel Hill สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล

Paerl 
เป็นผู้เขียนนำบนกระดาษ“ การเพิ่มขึ้นของพายุไซโคลนเขตร้อนที่เกิดจากภัยพิบัติในริมฝั่งนอร์ ธ แคโรไลน่าสหรัฐอเมริกาการสำรวจระยะยาวทำให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของระบอบการปกครอง” เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมในรายงานวิทยาศาสตร์

สามพายุในตอน 20 ปีให้หลัง – พายุเฮอริเคนลอยด์แมทธิวแล้วก็ฟลอเรนซ์เป็นเหตุให้เกิดอุทกภัยใหญ่ผิดปกติ ความน่าจะเป็นของเรื่องน้ำท่วมทั้งยังสามครั้งที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆเป็น 2% ตามการศึกษา

ความถี่นี้ชี้ให้เห็นว่า น้ำท่วมครั้งร้ายแรงสามครั้งที่เกิดขึ้นมาจากเรื่องราวพายุหมุนเขตร้อนในช่วง 20 ปีที่ล่วงเลยไปมีต้นเหตุมาจากการเพิ่มสมรรถภาพสำหรับการรองรับความชุ่มชื้นของพายุหมุนเขตร้อนเนื่องด้วยลักษณะของอากาศร้อน

นอกเหนือจากปริมาณพายุแล้วก็น้ำท่วมที่มากขึ้นจำนวนสามัญชนโลกที่มากขึ้นกำลังทบต้นปัญหานี้ด้วยการผลักดันการปลดปล่อยก๊าซสภาวะเรือนกระจกซึ่งนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิห้วงมหาสมุทรการระเหยและการเพิ่มขึ้นของการเร่งรัดที่เกี่ยวโยงกับพายุหมุนเขตร้อน